HOW TO DEAL WITH LONG COVID?

HOW TO DEAL WITH LONG COVID ?

LONG COVID คืออะไร? แล้วเราจะจัดการกับมันยังไง?

               3 ปี นับตั้งแต่มีการระบาดของ COVID-19 มีคนเสียชีวิตแล้วกว่า 6 ล้านคน และยอดผู้ติดเชื้อกว่า 4 ร้อยล้านคนทั่วโลก  ซึ่งไวรัส COVID-19 นี้ ยังไม่มีทีท่าที่จะจบลงง่ายๆ โดยไวรัสโควิด-19 นั้น ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ของตัวเองที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อมาต่อสู้กับวัคซีน ที่ผลิตขึ้นมายับยั้งการระบาดในครั้งนี้ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ แม้ว่าทั่วโลกจะพยายามคิดค้นผลิตวัคซีนมาเท่าไหร่ ไวรัสโควิด-19 นี้มันก็ยังไม่หายไปไหน

               ทำให้ปัจจุบัน ผู้คนต่างพากันหันมาสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เนื่องจากไวรัสโควิดนี้ ได้สร้างความเสียหายอย่างมาก และจะยังคงอยู่กับเราไปอีกนานแน่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราเลย และสุขภาพนั้น เราก็ต้องคอยดูแลให้ดี เพราะเป็นสิ่งเดียวที่เงินไม่สามารถซื้อได้

LONG COVID คืออะไร ?

            คือ อาการเมื่อรักษาตัวหายจากโควิด-19 ที่มีอาการหลังจากที่รักษาหายแล้วหรือผู้ที่ติดเชื้อ 4-12 สัปดาห์ขึ้นไป มีเพียงผู้ป่วยประมาณ 40% ทั่วโลกจะมีอาการที่เรียกว่า “LONG COVID” 

           ส่วนอาการที่พบนั้น มีหลากหลายและแตกต่างกันไป พบมากในผู้ป่วยที่มีเชื้อลงปอด และมีโรคเรื้อรังร่วมด้วย โดยอาการที่เกิดขึ้นใหม่ หรืออาการที่ต่อเนื่องภายหลังจากการติดเชื้อโควิด ผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ อาจมีอาการอยู่นานอย่างน้อย 2 เดือน โดยอาการที่พบบ่อยมีถึง 6 ระบบ

เราจะรู้ได้อย่างไรเมื่อมีอาการ LONG COVID ?

ตอนนี้ยังไม่มีเครื่องมือวัดที่เป็นมาตรฐานออกมา มีเพียงแค่อาการต่างๆ ดังนี้

Covid, Long Covid, Mecical, Medical Center, Thai Medical Hub

อาการที่พบมากที่สุด

  • เหนื่อยล้า

  • หายใจไม่อิ่ม

  • ปวดกล้ามเนื้อ

  • ไอ

  • ปวดหัว

 
  • เจ็บข้อต่อ

  • เจ็บหน้าอก

  • การรับรู้กลิ่นเปลี่ยนไป

  • อาการท้องร่วง

  • การรับรสเปลี่ยนไป

ภาวะอาการแทรกซ้อนในระยะยาว

  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis)
  • สมองล้า (Brain Fog)
  • ภาวะพร่องทางระบบประสาทอัตโนมัติ (Dysautonomia)
  • ภาวะ Guillain – Barre Syndrome
  • โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia)
  • โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)

ผลข้างเคียงจากการรักษา COVID-19

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ภาวะเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD)

บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ?

  • ผู้สูงอายุ
  • เพศหญิงมากกว่าเพศชาย
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วน
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนัก หรือผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ
  • คนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

SO, WHAT WE GONNA DO ?

            หายจากโควิดแล้ว ยังต้องเสี่ยงที่จะมีอาการหลงเหลืออยู่อีก โดยตอนนี้ยังไม่มีการรักษาโดยเฉพาะ เพราะว่ายังไม่สามารถหาเหตุผลของอาการได้อย่างแน่ชัด เราจึงต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติของตัวเอง ซึ่งแพทย์จะคอยรักษาตามอาการเท่านั้น หากพบความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที

            นอกจากนี้ ควรตรวจร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ จะได้รู้เท่าทันความผิดปกติที่เกิดกับร่างกายของตนเองได้ และที่สำคัญ อย่าออกกำลังหักหรือหักโหมเกินไป เพื่อให้ปอดไม่ทำงานหนัก ควรปรับเป็นการออกกำลังกายเบาๆ ก่อน ค่อยๆ รอให้ร่างกายฟื้นตัว

ถึงอย่างไรก็ตาม

            ตอนนี้เรายังไม่มีการรักษาโดยตรง เพราะยังไม่มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานในการตรวจสอบอาการที่แน่ชัดได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการวิจัย และศึกษาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อไวรัสโควิด และภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ เพื่อการจัดการรักษาและจ่ายยาที่ถูกต้อง

            ดังนั้น เราจึงต้องยอมรับว่า โควิด 19 อยู่กับเราไปอีกนาน และจะไม่หยุดพัฒนาสายพันธุ์ตัวเอง เพื่อมาครองโลกใบนี้อย่างแน่นอน เราจึงต้องหาทางทีจะรับมือที่จะอยู่ร่วมกับโควิดนี้ให้ได้ 

Deal, Investment, Investment Property, Medical, Medical Center, Thai Medical Hub

WE HAVE TO DEAL WITH IT!
เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส!!

            เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ยังมีการระบาดของไวรัสโควิดอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนวิกฤตนี้ ให้เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับตัวเอง เพื่อที่เราจะได้อยู่รอดในสภาวะแบบนี้ ซึ่งในปัจจุบัน ธุรกิจที่น่าสนใจที่ตอบโจทย์กับนักลงทุน และเป็นโอกาสดีมากๆ ในตอนนี้ คือ การลงทุนในธุรกิจ Health Care ที่คุณสามารถพลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาสได้ด้วยมือคุณเอง

            กระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการดำเนินงานภายใต้นโยบายรัฐบาลนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง

            โดยตลาดกลุ่มสินค้าและธุรกิจบริการสุขภาพในประเทศไทย มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 107,000 ล้านบาท และมีจำนวนผู้รับบริการเป็นชาวต่างชาติมากกว่า 1.2 ล้านครั้ง (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พ.ศ. 2557) อีกทั้งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของโลกในปี พ.ศ.2557 อีกด้วย (ข้อมูล จากเว็บไซต์ Medical Travel Quality Alliance, 2014)

            ในตลาดการท่องเที่ยวโลก การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยประเทศไทยได้ส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 270 พันล้านบาท และเป็นอันดับสามของโลกที่มีส่วนบ่งทางการตลาดมากที่สุด 

             โดย 90% อยู่ในธุรกิจด้านความงามและการชะลอวัย ธุรกิจการแพทย์เชิงป้องกัน ด้วยความได้เปรียบทางด้านค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สูงนัก และมีบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล

             อีกทั้งยังมีมีโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตราฐาน JCI (Joint Commission International) มาแล้วกว่า 40 แห่ง ทำใหชาวต่างชาติจำนวนมากสนใจมารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

            จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ฟื้นตัวและรับมือกับการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เป็นอันดับ 1 ของโลก จาก 184 ประเทศทั่วโลก ทั้งด้านการฟื้นตัวที่บรรเทาการระบาด และด้านการรับมือกับวิกฤตความรุนแรงได้ดี

IF WE TALKING ABOUT HEALTHCARE BUSINESS!

            กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเป็นธุรกิจ Healthcare อย่างเดียวในไทยที่เราสามารถลงทุนได้ และปัจจัยหลักที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับ ได้แก่ ราคาเหมาะสม การให้บริการมีคุณภาพ ที่ได้มาตรฐานสากล มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีเทคโนโลยีทันสมัย มีการต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีและมีสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม

ซึ่งโครงการ Natai Medical Center & Resort นั้นเป็นที่ตอบโจทย์มากในปัจจุบัน รีสอร์ตหรูระดับ 6 ดาว ควบคู่ไปกับโรงพยาบาลระดับพรีเมียม เพื่อตอบสนองความต้องการของเทรนด์ดูแลสุขภาพที่มาแรงในตอนนี้ โดยสอดรับกับตลาดสุขภาพระดับโลก และสนองนโยบาย Medical Hub ในแผนยุทธศาสตร์ชาติของประเทศไทย ที่มุ่งเน้นพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ 

            โครงการ Natai Medical Center & Resort เป็นโครงการที่ร่วมมีกับบริษัท CISSA GROUP มีมูลค่าโครงการประมาณ 4,600 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่หาดนาใต้ จ.พังงา พื้นที่โครงการมีที่ตั้งติดริมชายหาดมากกว่า 450 เมตร ใกล้สนามบิน โดยห่างจากสนามบินภูเก็ตเพียง 30 นาที และ สนามบินนานาชาติภูเก็ตแห่งที่ 2 ในจังหวัดพังงา เพียง 10 นาที สถานที่ตั้งเป็นส่วนตัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวทั่วไป รวมถึงทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพ ทำให้คนไข้สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งก่อนและหลังการรักษาได้อย่างผ่อนคลาย

4000
ล้านบาท

ลงทะเบียนเพื่ออัพเดตข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น และสิทธิพิเศษต่างๆ
Natai Medical Center & Resort

Share on facebook
Facebook
Share on email
Email
Share on whatsapp
WhatsApp