นักท่องเที่ยวจีน แห่เที่ยวภูเก็ตทะลัก นักลงทุนปรับตัวเน้นขายคนจีนเพิ่มขึ้น

นักท่องเที่ยวจีน ในปัจจุบันนับว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่นิยมมาไทยมากที่สุด ซึ่งในสถิติของปี 2559 นักท่องเที่ยวจีนมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 2,537,995 คน นอกจากนั้นเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศ รัสเซีย ออสเตรเลีย เยอรมัน และอังกฤษเรียงตามลำดับ

คนจีนสมัยใหม่ นิยมมาเที่ยวเองมากกว่าไปกับกรุ๊ปทัวร์
ซึ่งคนจีนสมัยใหม่ที่นิยมท่องเที่ยวเป็นกลุ่มด้วยตนเอง และมีกำลังซื้อสูง จะเรียกว่า FIT : Free and Independent Traveler ซึ่งได้มีการสำรวจนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย ซึ่งกว่า 60% เป็นนักท่องเที่ยวจีนแบบ FIT และอีกที่เหลือ 40% เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่มาแบบกรุ๊ปทัวร์ ปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวจีนมาไทยแบบ FIT

  • อาหารไทย โดยเฉพาะผลไม้ไทยและอาหารทะเล
    เป็นที่นิยมและถูกปากนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างมาก
  • สถานที่ท่องเที่ยวมีจำนวนมากและหลากหลาย
    ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ป่าเขา ลำเนาไพร ทะเล
    รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่นวัดวาอาราม วัง
  • คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป
    เพราะประเทศไทยสินค้าและบริการในไทยมีหลากหลายระดับ
    ตั้งแต่ราคาไม่สูง จนไปถึงราคาระดับบน
    มองว่าสินค้าบริการจากประเทศไทยเป็นสินค้าบริการที่ดีและมีคุณภาพ
  • คนไทยมีน้ำใจ มีประเพณี และวัฒนธรรมที่ดีงาม

 

อีกทั้งนักท่องเที่ยวจีนจะใช้จ่ายต่อทริปโดยเฉลี่ยคนละ 25,000-50,000 บาทและอยู่ในเมืองไทยประมาณ 5-7 วัน

นักลงทุนจับตา นักท่องเที่ยวจีน หลายธุรกิจเฟื่องฟู
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตได้เปิดเผยว่า
ช่วงเวลาที่คึกคักมากที่สุด สำหรับนักท่องเที่ยวจีน คือช่วงตรุษจีน มีการจองห้องพักล่วงหน้าจำนวนมาก
เพราะเทศกาลตรุษจีนในภูเก็ตมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ให้ความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนจึงเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนได้อย่างดี ยังรวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ

ธุรกิจที่เริ่มขยับตัวมากที่สุด เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน คือธุรกิจลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการปล่อยเช่าที่ได้กำไรดีโดยเฉพาะในช่วงตรุษจีน ที่มีอัตราการเช่าห้องพักในพื้นที่บริเวณหาดป่าตอง
หาดไม้ขาว เกือบเต็ม 100% ส่วนอัตราการเช่าห้องพักภายในเมืองอยู่ที่ 90% จึงไม่ต้องแปลกในเลยว่า ทำไมธุรกิจที่ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์รับทรัพย์กันแก้มปริเลยทีเดียว

ที่มาบางส่วนจาก [1], [2], [3]

Related Articles

การลงทุนกับความสบายใจ

ในปัจจุบันการลงทุนมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ปานกลาง และสูง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อผลตอบแทนสูง ก็ย่อมมีความเสี่ยงสูงตามมา ทำให้การลงทุนนั้น สร้างความกังวลใจและไม่สบายใจให้กับนักลงทุนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งกลัวขาดทุน กลัวเศรษฐกิจไม่ดี กลัวล้มละลาย  ทำให้ต้นทุนที่นอกจากตัวเงินที่ลงไป ยังมีต้นทุนเพิ่มที่เราอาจไม่รู้ตัว คือ “ความกังวลและความไม่สบายใจ” ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบคือ ความเครียด ความเจ็บป่วย หรือหนักที่สุด ก็คือโรคซึมเศร้า จึงเกิดคำถามตามมาว่า…แล้วจะทำอย่างไรถึงจะทำให้เราสามารถลงทุนอย่างสบายใจ? ในปัจจุบัน การลงทุนหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เพราะได้รับผลตอบแทน คุ้มกับความเสี่ยง