ภูเก็ตเฮ หลายองค์กรจับมือเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างภูเก็ต ยกระดับความปลอดภัย เป้าหมายเพื่อหนุนการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่น ถือเป็นอีก 1 ก้าวสำคัญสำหรับการเป็น Smart City เมืองอัจฉริยะต้นแบบแห่งแรกในประเทศไทย

การร่วมมือจากหลายภาคส่วนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง (PKCD), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ,ภาคเอกชนโดยมี หอการค้าจังหวัดภูเก็ต, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว, สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต, สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดภูเก็ต โดยเน้นการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยเป็นหลัก มีการรวบรวมข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ และสามารถเปิดเผยได้มาเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ สร้างแผนพัฒนาในด้านต่าง ๆ อาทิ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การลงทุน และสิ่งสำคัญคือการยกระดับความปลอดภัยในจังหวัดภูเก็ต เพื่อกระตุ้นและเรียกความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว

ซึ่งการเน้นหนักในเรื่องยกระดับความปลอดภัยในครั้งนี้ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้สอดคล้องกันกับการเดินหน้าเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบ

Smart Beach : ยกระดับความปลอดภัยให้กับชายหาดต่าง ๆ รอบเกาะภูเก็ต โดยนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะมาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลรักษาความปลอดภัย และคอยเฝ้าระวัง เตือนภัยรอบชายฝั่ง พร้อมทั้งให้แสงสว่างบริเวณริมหาด อำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัย อุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและชาวภูเก็ตเอง

Smart Pier : จัดระเบียบท่าเรือท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าเพื่อรักษาความปลอดภัยภายในท่าเรือ

Smart Safely : เอกชนช่วยเป็นหูเป็นตา สนับสนุนการนำกล้อง CCTV มาร่วมในการเฝ้าระวัง และรักษาความปลอดภัยภายในจังหวัดภูเก็ต

Smart Environment : ส่งเสริมการติด Censor เฝ้าระวังคุณภาพน้ำรอบเกาะภูเก็ต เพื่อใช้ในการเตือนภัยพิบัติต่าง ๆ และเป็นฐานข้อมูลในการวางแผนพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในภูเก็ต

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมพร้อมในด้านความปลอดภัยทางทะเลโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นแกนนำประชุมกับทุกภาคส่วน มีการตรวจสอบอุปกรณ์ สถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา อาทิ หอเตือนภัย หอกระจายข่าว ป้ายชี้เส้นทางไปยังจุดปลอดภัย และอุปกรณ์ช่วยเหลือ กู้ชีพหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ซึ่งทุกอย่างพร้อมใช้งานจริงมากกว่า 80% นอกจากยังลงความเห็นในเรื่องการกำหนดเส้นทางหลบหนีคลื่นยักษ์สึนามิใหม่ เพราะเส้นทางเดิมล่าสมัย และเริ่มมีสิ่งกีดขว้างเพิ่มมากขึ้น การปรับเปลี่ยนจึงจำเป็นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด  

 

[1] [2]