เริ่มต้นลงทุน แบบไหนดี สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การลงทุนนั้นมีหลากหลายรูปแบบให้เราเลือก ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากรที่เรามี (เงิน, เวลา) และความเสี่ยงที่เรารับได้ มาทำความรู้จักกับการลงทุนประเภทต่างๆ กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

เริ่มต้นลงทุน ด้วยเงินฝากธนาคาร

เป็นการเริ่มต้นการลงทุนที่ง่ายที่สุด ใครๆ ก็สามารถลงทุนได้ด้วยการฝากเงินในธนาคารได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ไม่จำเป็นที่จะต้องหาข้อมูลมากเหมือนกับการลงทุนอื่นๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับที่ผลตอบแทนที่ต่ำเช่นกัน ในปัจจุบันนี้ ดอกเบี้ยของเงินฝากออมทรัพย์ โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 0% – 3% ต่อปี แต่ถ้าเป็นเงินฝากประจำนั้น มีดอกเบี้ยที่สูงกว่าฝากออมทรัพย์เล็กน้อย นับว่าเป็นอัตราที่ไม่สูงมากนัก มาดูกันว่าจุดเด่นของการลงทุนด้วยเงินฝากธนาคาร มีจุดเด่นอย่างไร

  • มีความเสี่ยงต่ำมาก หรือแทบไม่มีความเสี่ยงเลย
  • ผลตอบแทนจากการลงทุนก็ต่ำเช่นเดียวกัน น้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อเสียอีก
  • ถ้าต้องการผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินที่สูง ต้องใช้เงินฝากจำนวนมาก
  • สภาพคล่องขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี ถ้าเป็นบัญชีฝากประจำสภาพคล่องก็จะต่ำ

 

พันธบัตร

เป็นการลงทุนที่เหนือไปกว่าอีกขั้นของเงินฝากในธนาคาร มักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการลงทุนด้วยเงินฝากกับธนาคาร ซึ่งคือการลงทุนในกลุ่มตราสารหนี้ โดยผู้ที่ซื้อพันธบัตรจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ ผู้ออกพันธบัตรจะมีฐานะเป็นลูกหนี้

  • อัตราดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าการลงทุนในเงินฝากธนาคาร
  • สภาพคล่องทางการเงินขึ้นอยู่กับระยะเวลาไถ่ถอน
  • เป็นการลงทุนระยะปานกลางถึงระยะยาว
  • ความเสี่ยงต่ำ

 

ทองคำรูปพรรณ

สำหรับทองคำ เป็นแหล่งการลงทุนที่หลายคนคุ้นเคย เนื่องจากทองคำนั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า ดังนั้นจึงมีการลงทุนในทองคำหลากหลายรูปแบบ ในที่นี่จะกล่าวถึงทองคำรูปพรรณเป็นหลัก

  • ทองคำรูปพรรณต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
  • สภาพคล่องสูง เปลี่ยนเป็นเงินได้ง่าย
  • ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก สามารถซื้อแบบครึ่งสลึง หรือหนึ่งสลึงก็ได้
  • มีค่ากำเหน็จ ยิ่งซื้อมา ราคาค่ากำเหน็จก็จะสูงขึ้น
  • มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง

 

กองทุนรวม

ผู้ลงทุนหลายๆ คน นำเงินมาลงทุนรวมกัน โดยให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการลงทุน มาบริหารจัดการเงินทุนก้อนนั้น ลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ นี่คือกองทุนรวมนั่นเอง ซึ่งประเภทของกองทุนมีรวมมีหลากหลาย ตั้งแต่ กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนรวมผสม ฯลฯ โดยแต่ละประเภทของกองทุนก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

  • ประเภทกองทุน LTF และ RMF สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
  • เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยและรายใหญ่ การซื้อขายขั้นต่ำขึ้นอยู่กับกองทุน
  • มีผลตอบแทนที่สูง และมีความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุนรวม
  • บางกองทุนรวม มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อและขายได้

 

หุ้น

หุ้นจะต่างจากกองทุนรวม โดยเราสามารถเลือกซื้อหุ้นจากธุรกิจที่เราต้องการได้ สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ซึ่งการลงทุนในหุ้น มีจุดเด่นดังนี้

  • ผลตอบแทนสูงมาก และมีความเสี่ยงมากเช่นกัน
  • ต้องศึกษาความรู้ในหุ้นที่เราจะลงทุนมาก
  • ต้องมีเวลาในการติดตามผลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้เมื่อขึ้นชื่อว่าการลงทุน ย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ จะเสี่ยงมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับประเภทของการลงทุนเป็นหลัก และผู้ลงทุนเองยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับใด ซึ่งการลงทุนที่มาแรงในช่วงนี้คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว เป็นการลงทุนแนวใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง